All posts by editor

อดัม ลัลลาน่า เมื่อแข้งฝีเท้าดี กำลังจะกลายเป็นนักเตะฟรีเอเยนต์

หลังจากชื่อของอดัม ลัลลาน่า เงียบหายจากหน้าสื่อไปนานพอสมควร เวลานี้ชื่อของเขากลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง โดยมีข่าวลือเกี่ยวกับการที่มีหลายสโมสร ทั้งในและต่างประเทศ ต่างจับตาดูอนาคตของเขา กับสโมสรต้นสังกัดอย่างหงส์แดง ลิเวอร์พูล เพราะสัญญาของเขากับทีม กำลังจะหมดลงในช่วงหน้าร้อนนี้ และเขาจะสามารถย้ายทีมได้แบบฟรี ๆ หากไม่ได้รับสัญญาใหม่จากหงส์แดง และด้วยฝีเท้าบวกกับชื่อชั้นของเขา ทำให้มีหลายทีมอยากได้ตัวไปร่วมทีม

อดัม ลัลลาน่า ย้ายเข้ามาเล่นในแอนฟิลด์ ตั้งแต่ปี 2014 จากเซาท์แธมตัน ด้วยค่าตัวสูงถึง 25 ล้านปอนด์ และเขาก็เป็นตัวหลักในแนวรุกให้กับทีม ตั้งแต่ย้ายเข้ามา จนกระทั่งเมื่อสามปีที่แล้ว เขาก็ประสบปัญหาบาดจ็บซ้ำแล้วซ้ำอีก จนไม่สามารถลงสนามได้อย่างเต็มที่ และส่งผลให้ฟอร์มของเขากับทีมออกจะ กระท่อนกระแท่นไปซักหน่อย และในปัจจุบันเขามีอายุ 32 ปีแล้ว มันอาจจะเป็นเรื่องยากไปซักหน่อยสำหรับเขา ที่จะกลับมาเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงอีกครั้ง ในวันที่ลิเวอร์พูล อัดแน่นไปด้วยสุดยอดผู้เล่น แทบจะทุกตำแหน่ง แน่นอนว่าผู้จัดการทีมและแฟน ๆ ลิเวอร์พูลคงไม่อยากสูญเสียเขาไปแน่ เพราะการมีอะไหล่ดี ๆ อย่างลัลลาน่าอยู่ข้างสนาม มันย่อมสร้างความอุ่นใจให้กับพวกเขาได้ ในช่วงเวลาคับขัน อย่างเช่นที่ทำให้เห็นแล้ว กับการลงมาเป็นซูเปอร์ซับ ช่วยให้ทีมรอดพ้นจากความพ่ายแพ้ในเกมแดงเดือด ดังนั้นมันต้องขึ้นอยู่กับตัวเขาเองแล้วแหละว่า จะเลือกนั่งสำรองในแอนฟิลด์ หรือออกไปหาโอกาสลงสนาม หรือเงินก้อนสุดท้ายก่อนแขวนสตั๊ดกับทีมอื่น ลองมาดูความเป็นไปได้ของสถานการณ์นี้กัน

1.เลือกอยู่ต่อกับหงส์แดง

แน่นอนว่าการอยู่ต่อกับหงส์แดง เขาอาจจะอยู่ในฐานะผู้เล่นตัวสำรอง แต่ในแง่ความสำเร็จ ลิเวอร์พูลกำลังอยู่ในช่วงที่ร้อนแรงมาก ซึ่งมีโอกาสจะประสบความสำเร็จสูง ถึงแม้โอกาสลงสนามจะน้อยหน่อย แต่คงจะเพียงพอที่จะได้รับเหรียญอย่างแน่นอน และในแง่ของประวัติศาสตร์เขาจะเป็นที่รักของแฟน ๆ ต่อไปอีกนานด้วย

2.ย้ายเพื่อโอกาสลงสนาม

มีทีมในพรีเมียร์ลีกหลายทีมที่สนใจในตัวเขา ทั้งทีมใหญ่อย่างอาร์เซน่อล และสเปอร์ หรือทีมที่รองลงมาหน่อยอย่างเลสเตอร์ และทีมเก่าของเขาอย่างเซาท์แธมตัน รวมไปถึงปารีส แซงต์แชร์กแมงจากฝรั่งเศสก็มีข่าวกับเขา การย้ายไปอยู่กับบรรดาทีมใหญ่ที่สนใจเขานั้น การแข่งขันเพื่อตำแหน่งตัวจริงก็คงหนักพอกันกับที่ลิเวอร์พูล แต่ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงเช่นกัน ส่วนถ้าย้ายไปอยู่กับทีมที่เล็กลงมาหน่อย เขาน่าจะได้โอกาสลงสนามมากกว่า พร้อมทั้งยังได้พิสูจน์ฝีเท้าในลีกระดับสูงอย่างพรีเมียร์ลีกต่อไป ก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน

3.ย้ายไปโกยเงินก่อนเลิกเล่น

เรามักจะเห็นผู้เล่นที่เข้าสู่ช่วงปลายทางอาชีพ ออกไปรับค่าเหนื่อยแพง ๆ จากทีมเงินถังจากลีกจีน หรืออเมริกา ซึ่งหากเขาจะเลือกทางนี้ ด้วยความสามารถและชื่อเสียง รวมไปถึงฐานแฟนบอลที่เขามี รับรองว่าทำรายได้ทิ้งทวนได้อย่างมหาศาลแน่นอน

ณ เวลานี้ เขายังคงเป็นผู้เล่นของทีมหงส์แดง ยังคงมีเวลาพอสมควร ที่จะทำให้อะไรเกิดขึ้นได้หลังจากนี้ และมีเพียงตัวของลัลลาน่าเท่านั้น ที่จะเป็นผู้เลือกคำตอบของเส้นทางชีวิตของเขา ว่าจะก้าวไปในทิศทางใด ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ เราคงจะได้เห็นแนวทางที่ชัดเจนอย่างแน่นอน

เครดิตภาพ : https://www.telegraph.co.uk/football/2019/12/30/jurgen-klopp-resigned-losing-adam-lallana-next-summer-wants/

เปแอสเช แชมป์สมัยที่ 9 อย่างเป็นทางการ หลังประกาศบทสรุปลีกเอง

จากผลกระทบเป็นวงกว้างของ การระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากมาย สำหรับวงการฟุตบอล และหลาย ๆ ประเทศยังคงหาข้อสรุป ให้กับลีกภายในประเทศของพวกเขา และบางประเทศก็ได้บทสรุปแล้ว และมีผลกระทบตามมามากมาย และล่าสุดทางลีกฟุตบอลอาชีพแห่งฝรั่งเศส หรือ LFP ก็ได้ตัดสินใจประกาศผลการตัดสิน ผลการแข่งขันฟุตบอลลีกภายในประเทศ ฤดูกาล 2019-2020 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยทางลีกฟุตบอลอาชีพแห่งฝรั่งเศส ได้มีการกำหนดการตัดสินผลการแข่งขัน ที่ยังไม่สามารถเล่นจนจบฤดูกาลได้ ด้วยการใช้คะแนนหารด้วยจำนวนเกมการแข่งขันนั่นเอง ซึ่งก็ไม่มีปัญหากับการตัดสินแชมป์ครั้งที่ 9 ของยักษ์ใหญ่และแชมป์เก่าอย่าง ปารีส แซงต์แชร์กแมง ที่ในตารางปกติก็นำอันดับที่สองของตารางอยู่ถึง 12 คะแนน ทำให้พวกเขาเป็นแชมป์ พร้อมด้วยคว้าสิทธิ์ไปเล่นยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก ในฤดูกาลหน้า โดยมีโอลิมปิก มาร์กเซย และแรนส์อันดับสองและสามตามลำดับ ที่ตามพวกเขาไปเล่นยูซีแอลด้วย ส่วนทีมที่ได้สิทธิ์ไปเล่นในรายการ ยูโรป้าลีกสามทีมก็ได้แก่ลีลล์, แรงส์ และนีช ตามลำดับบนตาราง โดยไม่มีทีมที่คว้าสิทธิ์จากแชมป์ฟุตบอลถ้วยภายในประเทศ เพราะแข่งขันไม่จบ ส่วนทีมที่ตกชั้นไปเล่นลีกเดอซ์ ในปีหน้าก็คืออาเมียงส์ กับตูลูสนั่นเอง ส่วนลอริยองต์และล็องส์สองทีมจากลีกเดอซ์ ก็คือทีมที่เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นบนลีกสูงสุด โดยส่วนของทีมเลื่อนชั้นตกชั้น ก็จัดอันดับโดยไม่ต้องมีการเล่นเพลย์ออฟเช่นกัน

โดยผลการการตัดสินครั้งนี้ เป็นที่ยอมรับได้ค่อนข้างดี ไม่มีปัญหาตามมามากเหมือนที่ฮอลแลนด์ ถ้าจะมีอยู่บ้างก็คือการที่ทางสโมสรโอลิมปิก ลียงทีมอันดับ 7 ของตาราง ที่จะชวดการคว้าสิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลสโมสรยุโรป ในฤดูกาลหน้า ซึ่งทางสโมสรเองก็เชื่อว่า ด้วยจำนวนเกมการแข่งขันที่เหลืออยู่ พวกเขามีดีเพียงพอที่จะทำอันดับ เพื่อไปเล่นในรายการยูโรป้าลีก หรือแม้กระทั่งการไปเล่นแชมป์เปี้ยนลีกเลยมันก็ยังคงมีความเป็นไปได้ และทางสโมสรเองมองว่าการชวดสิทธิ์ครั้งนี้ ส่งผลกระทบกับพวกเขา ซึ่งมันมีมูลค่าหลายสิบล้านยูโรเลยทีเดียว และในด้านสถิตินี่จะเป็นครั้งแรกในรอบ 23 ปีเลยทีเดียวที่พวกเขาจะไม่ได้ลงเล่น ในรายการแข่งขันระดับทวีปแม้แต่รายการเดียว ซึ่งทำให้ทางสโมสรเตรียมจะยื่นฟ้อง ทางสมาคมเพื่อเรียกร้องความเสียหายของพวกเขาในครั้งนี้

นับว่าเป็นการหาทางออกได้ดีพอสมควร สำหรับฟุตบอลลีกภายในประเทศของฝรั่งเศส ส่วนในรายของทางสโมสรลียงนั้น คงต้องติดตามกันต่อไปว่าบทสรุปของพวกเขา จะสามารถเรียกร้องอะไรคืน ได้จากทางสมาคมหรือไม่มากน้อยเพียงใด เพราะปัญหาของพวกเขาก็คือเรื่องใหญ่พอสมควร แต่ถ้าเทียบกับปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 มันก็ใหญ่กว่ามาก และมันก็ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหาย ให้แก่ผู้คนทั้งโลกเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าใครจะได้รับผลกระทบมากหรือน้อย เท่านั้นเอง

เครดิตภาพ : https://menafn.com/1100103911/Qatar-PSG-crowned-Ligue-1-champs-as-season-ended

มติเอกฉันท์กัลโช่แข่งต่อ หลายทีมเตรียมกลับมาซ้อม

นับเป็นข่าวดีสำหรับแฟนฟุตบอล โดยเฉพาะแฟนบอลกัลโช่ ซีรี่ส์ อา อิตาลี เมื่อทางสมาคมได้มติเป็นเอกฉันท์แล้วจากการโหวตของบรรดาสมาชิก โดยข้อสรุปของทางกัลโช่  ซีรีส์ อา ก็คือ ทุกสโมสรจะกลับมาทำการแข่งขันกันต่อ จนจบฤดูกาลตามจำนวนนัดที่เหลือ และคาดว่าน่าจะสามารถกลับมาทำการแข่งขันได้อีกครั้ง ภายในเดือนมิถุนายนที่กำลังจะมาถึงนี้

ประเทศอิตาลีนับเป็นประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างมาก โดยมีการแพร่ระบาดอย่างหนักเป็นแห่งแรก นอกแผ่นดินประเทศจีน ซึ่งมีผู้ติดเชื้อภายในประเทศมากกว่าสองแสนคน ทำให้ทางรัฐบาลต้องประกาศ ระงับกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งฟุตบอลลีกภายในประเทศของพวกเขาด้วย แต่หลังจากการแพร่กระจายของโรคระบาด เริ่มจะมีสถานการณ์ที่ดีขึ้น มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงมากกว่าแต่ก่อน และมีอัตราการรักษาหาย มากกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ ทำให้รัฐบาลเริ่มจะปลดล็อค กิจกรรมต่าง ๆ ให้กลับมาทำการได้ตามปกติ และได้มีประกาศอย่างเป็นทางการออกไปแล้ว ว่าให้ทีมสโมสรในประเทศ สามารถกลับมาซ้อมได้แล้ว แต่ต้องกระทำภายใต้ข้อบังคับเพิ่มเติมเรื่องความปลอดภัยบางส่วน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดระรอกใหม่

ตอนนี้หลายสโมสรตอบรับประกาศจากทางการ เรื่องการกลับมาซ้อมได้ ด้วยการทยอยเรียกตัวผู้เล่นที่อยู่ต่างประเทศ ให้กลับสู่สโมสรแล้ว และมีทีมหลายทีมเริ่มกลับมาซ้อมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นำโดยซาสซูโอโล่, ปาร์มา, โรม่าและเอซี มิลาน ซึ่งมองว่าการกลับมาซ้อมได้เร็ว จะทำให้พวกเขาสามารถเตรียมความพร้อมได้ดีกว่าทีมอื่น ๆ เพราะการที่ต่างทีมต่างก็ร้างสนามและการฝึกซ้อมไปนานขนาดนี้ อาจจะทำให้กลับมาเล่นเข้ากันได้ยากพอสมควร ดังนั้นเชื่อว่าทีมอื่น ๆ คงจะเร่งเปิดสนามซ้อมตามพวกเขาในเร็ว ๆ นี้

การประกาศกลับมาทำการแข่งขันกันต่อ ให้จบตามโปรแกรมที่เหลือครั้งนี้ กัลโช่สามารถยุติข้อถกเถียง เรื่องการเลื่อนชั้นตกชั้น หรือมีทีมแข่งขันเพิ่มขึ้นเป็น 22 ทีม ในฤดูกาลหน้าจบลง พร้อมด้วยความหวังที่จะรอดการตกชั้นของทีมท้ายตารางอย่างสปาลและเบรสชาที่หวังจะรอดตกชั้นแบบฟลุ๊ก ๆ ต้องฝันสลายตามไปด้วย อย่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่มันก็คือทางเลือกที่เป็นธรรมที่สุด สำหรับทุก ๆ ทีม และพวกเขาต้องยอมรับในชะตากรรมของตัวเอง

นี่ถือเป็นข่าวที่ดีมาก ๆ สำหรับแฟนฟุตบอลชาวอิตาลี หลังจากต้องเผชิญเรื่องเลวร้ายมาอย่างยาวนาน ถึงแม้ว่าการกลับมาแข่งขันครั้งนี้ จะทำได้แค่การรับชมการแข่งขัน ผ่านการถ่ายทอดสดอยู่ที่บ้าน แต่ก็นับว่าเป็นการเริ่มต้นสู่สิ่งดี ๆ ที่กำลังจะตามมา และคงไม่ใช่เพียงแค่แฟนฟุตบอลในอิตาลีเท่านั้น ที่จะมีความยินดีกับการกลับมาแข่งขันในครั้งนี้ เชื่อว่าแฟน ๆ ฟุตบอลจากทั่วโลกก็คงจะมีความยินดีเช่นกัน เพราะตลอดช่วงเวลาอันยาวนานนี้ พวกเราที่รักในฟุตบอล ต่างก็มีความรู้สึกกันดีแล้วว่า โลกที่มันไร้ซึ่งฟุตบอลนั้น มันช่างน่าเบื่อเสียนี่กะไร

เครดิตภาพ : https://www.calcioefinanza.it/2019/04/09/legge-beckham-serie-a-sconto-fiscale/

ราอูล ฆิมิเนซ กองหน้าเนื้อหอม แห่งฝูงหมาป่า ที่หลายทีมจ้องตาเป็นมัน

หนึ่งในกองหน้าที่ฟอร์มร้อนแรง บนเวทีพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ที่เล่นได้ดีอย่างมาก คงจะมีชื่อของราอูล ฆิมิเนซ จากรังหมาป่า วูล์ฟแฮมตัน เข้าชิงตำแหน่งด้วยอย่างแน่นอน เพราะด้วยฟอร์มอันร้อนแรงของเขานี่แหละ ที่พาให้ทีมเล็กอย่างวูล์ฟแฮมตัน ทำอันดับลุ้นไปเล่นถ้วยยุโรป กับบรรดาทีมใหญ่ได้อย่างสนุกสูสี จนทำให้เขาถูกบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ ทั้งในและนอกประเทศ ต่างหันมาสนใจในตัวเขา และพร้อมจะดึงเขาไปร่วมทีมในอนาคตอันใกล้นี้

ราอูล อลอนโซ่ ฆิมิเนซ โรดริเกวซ กองหน้าวัย 29 ปี เป็นผู้เล่นสัญชาติเม็กซิโก ซึ่งทางวูล์ฟแฮมตัน วันเดอเรอร์ส ดึงตัวเขามาร่วมทีม จากเบนฟิก้าในโปรตุเกส หลังจากที่ยืมตัวมาก่อนในฤดูกาลแรก และสามารถเล่นได้เข้าตาทีมงานด้วยผลงาน 17 ประตู จาก 44 นัดรวมทุกรายการ จึงมีการยื่นข้อเสนอซื้อขาด 38 ล้านยูโร ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญายืมตัว และเพียงฤดูกาลเดียวเขาก็ตอบแทน ความไว้ใจของทางสโมสร ได้อย่างคุ้มค่า ผลงานของเขาในฤดูกาลนี้กับทีม ถึงปัจจุบันลงสนามไปแล้ว 44 นัด ยิงไปทั้งหมด 22 ประตูบวกกับอีก 10 แอสซิสต์รวมทุกรายการเลยทีเดียว และด้วยเขี้ยวเล็บอย่างเขานี่แหละ ที่ทำให้ไม่สามารถมีทีมใหญ่ทีมใด ประมาทเกมรุกของทัพหมาป่าได้เลย

มันก็เป็นเรื่องธรรมดาของโลกฟุตบอลอีกนั่นแหละ เมื่อกองหน้าฟอร์มร้อนแรงขนาดนี้ เล่นอยู่กับทีมเล็กทีมหนึ่ง มันย่อมจะมีทีมที่ใหญ่กว่า จ้องจะแย่งตัวเขาออกไปได้ทุกเมื่อ และในรายของฆิมิเนซก็เช่นกัน จากฟอร์มการเล่นของเขานั้น มันเป็นการดึงดูดสายตาทีมใหญ่อย่างยิ่ง จนมีข่าวกับทีมใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ ที่มีข่าวหนาหูมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้น ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังความหาผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้าธรรมชาติ เข้ามาเติมเต็มเกมรุกของพวกเขา หลังจากที่ไม่มีผู้เล่นแบบนี้มานาน นอกจากนี้ยังคงมีอาร์เซน่อล ที่มีโอกาสจะสูญเสียกองหน้าหมายเลขหนึ่ง อย่างปิแอร์-แอเมอริก โอบาเมยอง จึงต้องการดึงตัวเขาไปเป็นตัวแทน รวมไปถึงเชลซี และสเปอร์ที่ยังคงจับตาดูสถานการณ์เช่นกัน และเมื่อไม่นานมานี้ ก็มีข่าวว่าราชันชุดขาวยักษ์ใหญ่จากสเปน ก็กระโดดเข้าร่วมวงแย่งตัวเขาด้วยอีกทีม

ดูจากสถานการณ์แล้ว มันคงเป็นเรื่องยากมาก ๆ แล้ว ที่ทางวูล์ฟแฮมตัน จะสามารถรั้งตัวเขาไว้กับทีมต่อไป เพราะด้วยอายุของฆิมิเนซเอง ก็ปาเข้าไป 29 ปีแล้ว มันคงไม่มีเวลาให้เขามานั่งรอโอกาสงาม ๆ ที่จะได้ย้ายไปร่วมทีมใหญ่ได้อีกมากนัก ดังนั้นหากมีข้อเสนอจากบรรดายักษ์ใหญ่เข้ามาจริง ๆ เชื่อว่าเขาจะต้องรีบตอบรับอย่างแน่นอน คราวนี้ก็เหลือแค่ว่า ทีมไหนจะมีข้อเสนอที่น่าสนใจ เสนอเข้ามาให้เขาพิจารณาอย่างจริงจัง เท่านั้นเอง

เครดิตภาพ : https://en.as.com/en/2020/01/19/football/1579403432_941438.html

ประตูบ้านลุกเป็นไฟ เมื่อศึกแย่งชิงตัวติโม แวร์เนอร์ดุเดือดขึ้นทุกวัน

ยังคงเป็นข่าวร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง สำหรับกองหน้าฟอร์มแรงชาวเยอรมัน ของอาร์บี ไลป์ซิก อย่างติโม แวร์เนอร์ ที่ในขณะนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจน และด้วยการที่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนนี่แหละ มันยิ่งกลายเป็นว่า การแย่งตัวของเขา จากบรรดาทีมใหญ่ มีแต่จะยิ่งทวีความดุเดือดขึ้นไปอีก เพราะเดิมทีเพียงแค่สองทีมคู่อริอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับลิเวอร์พูล ก็ยับว่าดุเดือดมากแล้ว แต่เมื่อมันยังไม่มีการลงเอยกับทีมใด ทำให้มีอีกหลายทีมที่จ้องจับตาสถานการณ์ อย่างมีความหวังเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย

ฟอร์มของติโม แวร์เนอร์ ในฤดูกาลนี้นับว่าแรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่กันเลยทีเดียว โดยบนแผ่นดินเยอรมันในปีนี้ เขาเป็นรองก็แค่โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ของบาเยิร์น มิวนิคเท่านั้น ในแง่ของการทำประตู แถมแวร์เนอร์ยังมียอดการแอสซิสต์มากกว่าอีกด้วย ช่วยให้ต้นสังกัดของเขา เกาะกลุ่มลุ้นแชมป์บนหัวตารางได้อย่างเหนียวแน่น ด้วยฟอร์มที่ร้อนแรงขนาดนี้ และอายุที่ยังอยู่ในช่วงยี่สิบต้น ๆ ทำให้หลายทีมต่างต้องการตัวเขา ไปเพิ่มศักยภาพในแนวรุก ในระยะยาวให้กับทีม

เดิมทีนั้นข่าวของตัวเขา จะย้ายไปเล่นกับกุนซือชาติเดียวกัน อย่างเจอร์เกน คล็อป ซึ่งกำลังสร้างเครื่องจักรสีแดงยุคใหม่ที่แอนฟิลด์ น่าจะเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้มากที่สุดของเขา โดยมีคู่แข่งเป็นคู่ปรับตลอดกาลของหงส์แดง อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังมองหากองหน้าตัวเป้าคนใหม่ เพื่อสร้างเกมรุกให้ทีมกลับมาสู่ เส้นทางความยิ่งใหญ่ของพวกเขาอีกครั้ง ทำให้ทั้งสองทีมเปิดศึกชิงตัวกันอย่างดุเดือด แต่ก็ยังหาข้อสรุปเกี่ยวกับการย้ายทีมไม่ได้ซักที

เมื่อยังไม่สามารถหาข้อสรุปกับทีมใด มันย่อมทำให้ทีมอื่นที่จ้องอยู่ มีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง ล่าสุดอีกทีมยักษ์ใหญ่ จากพรีเมียร์ลีกอย่างสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ที่กำลังสร้างทีมใหม่ ในยุคของกุนซือแฟรงค์ แลมพาร์ด โดยได้มีข่าวว่า ทางเชลซีได้มีการติดต่อไปยังเอเยนต์ของนักเตะและ เพื่อหวังจะชิงตัดหน้าสองทีมคู่แข่งร่วมลีก ดึงตัวแวร์เนอร์มาเป็นแกนนำในแนวรุกให้กับทีม ซึ่งด้วยศักยภาพของเชลซี ทั้งในด้านการเงิน และชื่อเสียง จะทำให้การแย่งตัวของเขาดุเดือดขึ้นไปอีกแน่ ทางลิเวอร์พูลที่เป็นทีมเต็ง กับคู่แข่งอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจต้องทุ่มทุนสร้างมากขึ้นกว่าเดิม

ด้วยชื่อเสียงและกำลังทรัพย์ของทีมที่อยากได้ตัดเขา คงจะทำให้ศึกการแย่งชิงตัวเขาในครั้งนี้ ลุกเป็นไฟอย่างแน่นอน และหากยังไม่สามารถมีทีมใดปิดดีลนี้ได้ มันอาจจะเกิดการแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้นกว่านี้เสียอีก เพราะอย่าลืมว่า ยังมีทีมซุ่มเงียบมองอยู่อีกหลายทีม ทั้งมหาอำนาจบุนเดสลีกาอย่างบาเยิร์น หรือราชันชุดขาว ที่กำลังหาตัวแทนเบนเซม่า บาร์ซ่าที่กำลังจะปลดระวางซัวเรส ถ้าทีมเหล่านี้กระโดดร่วมวงอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ รับรองว่ามูลค่าของสัญญานี้ จะเพิ่มขึ้นอีกมากโขเลยทีเดียว

เครดิตภาพ : https://www.thairath.co.th/sport/eurofootball/otherleague/1778076

เคเอ็นวีบี นำร่องให้ดูเป็นกรณีศึกษา ประกาศยกเลิกจากปัญหาโควิด-19

ปัญหาการระบาดของเจ้าไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างมากมายต่อผู้คนทั่วโลก ต่างก็ประสบปัญหาไปตาม ๆ กัน และวงการฟุตบอลก็หนีไม่พ้นเช่นกัน ณ ตอนนี้ฟุตบอลลีกอาชีพในประเทศต่าง ๆ ต้องพากันหยุดพัก เพื่องดการรวมตัวกันของประชาชนในประเทศ อันเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ในการควบคุมไวรัสตัวนี้ และยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่า จะเอายังไงกันต่อไป รวมไปถึงไม่สามารถกำหนดได้ว่า จะสามารถกลับมาแข่งขันกันได้อีกเมื่อไหร่

ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากการแพร่ระบาดครั้งนี้ โดยมียอดผู้ติดเชื้อแล้วหลายหมื่นคน ทำให้ทางการประกาศภาวะฉุกเฉิน และควบคุมการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในประเทศ ที่จะมีการรวมตัวกันของผู้คนจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการแข่งขันฟุตบอล ว่าไม่สามารถจัดกิจกรรมเหล่านี้ได้ ไปจนถึงเดือนกันยายน และยังไม่มีอะไรสามารถการันตีได้ว่า เมื่อถึงช่วงเวลาที่กำหนด สถานการณ์การระบาดจะดีขึ้นกว่านี้หรือไม่ ถ้าหากยังไม่ดีขึ้นอาจจะต้องเลื่อนออกไปอีก

ดังนั้นทางสมาคมฟุตบอลฮอลแลนด์ หรือ “เคเอ็นวีบี” จึงมีมติประกาศยกเลิกการแข่งขัน ฟุตบอลอาชีพภายในประเทศทั้งหมด สำหรับฤดูกาล 2019-2020 ที่ผ่านมา โดยสถานการณ์บนตารางคะแนนปัจจุบันนั้น ทำการแข่งขันไปแล้วทั้งสิ้น 25-26 นัดจากทั้งหมด 34 นัด และทีมที่นำจ่าฝูงมีคะแนนเท่ากันอยู่สองทีม คือ อาแจ็กส์ อัมสเตอร์ดัมกับเอแซด อัล์คมาร์ แต่ทางด้าน อาแจ็กส์นั้นมีประตูได้เสียที่ดีกว่า และการประกาศยกเลิกครั้งนี้ จะทำให้ไม่มีทีมใดเป็นแชมป์ และไม่มีการตกชั้นเลื่อนชั้นใด ๆ ทั้งสิ้น ส่วนการคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลยุโรปนั้น จะยึดตามตารางปัจจุบัน นั่นคือ อาแจ็กส์ อัมสเตอร์ดัม ได้ไปเล่นยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีกรอบคัดเลือก รอบสุดท้าย และอัล์คมาร์ได้ไปเล่นรอบเพลย์ ออฟ ส่วนอันดับ 3-5 คือเฟเยนูร์ด, พีเอสวี และวิลเล่ม ทเว ไปเล่นยูโรป้าลีก

หลังการประกาศของสมาคม สร้างความไม่พอใจให้กับหลายภาคส่วน ที่ได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น สองทีมลุ้นแชมป์ที่ยังคงถกเถียงกันว่า มันไม่ยุติธรรม ถึงแม้จะไม่มีการมอบแชมป์ แต่การจัดอันดับก็มีผลต่อโควตายุโรป และถึงแม้ว่าอาแจ็กส์จะมีลูกได้เสียดีกว่า แต่ถ้าเทียบเฮดทูเฮดแล้ว ทางอัล์คมาร์กลับดีกว่า เพราะชนะได้แบบเหย้าเยือนเลยในการเจอกัน โควตายูโรป้าลีกก็มีปัญหา เมื่อทางอูเทร็คต์ที่อยู่อันดับ 6 ของตาราง ในขณะที่แข่งน้อยว่าวิลเล่มอยู่ 1 นัด ต้องการเพียงแค่ 3 คะแนน หรือชนะในนัดตกค้าง พวกเขาก็จะแซงวิลเล่มคว้าตั๋วไปยูโรป้าทันที ส่วนในด้านการตกชั้นเลื่อนชั้นนั้น แน่นอนว่าทีมที่อยู่ท้ายตารางยิ้มแก้มปริแน่ เมื่อไม่ต้องตกชั้นในฤดูกาลนี้ แต่ทีมที่จะเลื่อนชั้นขึ้นมาจากลีกรอง อย่างคัมบูร์นี่สิ พวกเขานำห่างอันดับสามอยู่ถึง 11 คะแนน ซึ่งเป็นโอกาสอันดีมาก ที่จะได้เลื่อนชั้นในฤดูกาลนี้ ซึ่งหากมันเป็นโมฆะขึ้นมา มันจะเป็นลบไปหมดสำหรับพวกเขา ทั้งในด้านรายได้และกำลังใจ

จากผลกระทบเหล่านี้ หลังจากที่มีประกาศออกไป ทำให้เชื่อว่าทางสมาคมฟุตบอลฮอลแลนด์ จะถูกบรรดาทีมในลีก ยื่นฟ้องไม่ต่ำกว่า 5 – 6 คดี จนทำให้มีข่าวตามมา ว่าทางสมาคมจะพิจารณาการตัดสินใจนี้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้เป็นที่พอใจของหลาย ๆ ฝ่าย และนี่น่าจะเป็นกรณีศึกษา ให้กับหลาย ๆ ประเทศที่ยังคงไม่ได้คำตอบ ให้กับลีกภายในประเทศของตนเองได้เป็นอย่างดี ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป เพราะหากเป็นลีกใหญ่ขึ้นไป มากกว่าลีกฮอลแลนด์ แน่นอนว่าปัญหาที่ตามมาก็จะใหญ่ขึ้น ตามมูลค่าของผลประโยชน์ที่จะตามมา อย่างแน่นอน